Annapurna Trekking ...ep. 3
posted on 26 Mar 2009 04:14 by airnair
เช้าแล้ว!!!!!!............. ไชโย !!
อยากให้เช้าตั้งแต่เมื่อคืนแล้วค่ะ เพราะว่าอากาศมันช่างหนาวเย็นยะเยือกปานโดนแช่แข็งในตู้เย็นยังไงอย่างงั้น เสื้อผ้าครบชุดตั้งแต่เช้า(ไม่ได้เปลี่ยน เพราะทนอาบน้ำไม่ไหว ถึงแม้จะมีน้ำอุ่นมาหลอกล่อก็ตามที
) ถุงนอน ผ้าห่มกลิ่นขี้ลาหนา ๆ 2 ผืน อะ..อะ.. ไม่ได้อำค่ะ กลิ่นนั้นจริง ๆ ไม่แปลกใจเลย หลังจากได้เห็นวัฒนธรรมการตากผ้าของเขา เล่นพาดแผ่บนหลังคามั่ง วางแผ่หราบนหญ้ามั่ง แปะตามรั้วมั่ง... กลิ่นมันก็คงจะไม่ไปไหนไกลนักหล่ะนะ...เฮ้อ! ต้องยอมกันแล้วหล่ะ งานนี้ ไม่ห่มคงได้หนาวตายกันพอดี อาศัยถุงนอนวิเศษที่พกไปจากบ้านช่วยปิดจมูกไว้ ถึงรอดมาได้ ผ้าผ่อนมากมายกองทับถมขนาดนี้ ยังไม่สามารถเอาชนะความหนาวเย็นที่นี่ได้เลย ทำให้ตื่นเช้ามารอดูพระอาทิย์ก่อนใคร โชคดีที่ได้ห้องชั้นดาดฟ้า เขาบอกว่า ถ้าอากาศโปร่งใส จะสามารถมองเห็นยอด Annapurna South ได้จากหน้าต่างห้องกันเลยทีเดียว แต่ว่าวันนี้ โชคคงไม่ค่อยอยากมาอยู่ข้างเดียวกับเรามั้ง เลยได้เห็นแบบรางๆ สงสัยเขาจะอายมั้ง....
หลังจากทานอาหารเช้าเรียบร้อย ก็พร้อมออกเดินทาง (ทานได้แต่นานกับซุป...เริ่มออกอาการ
) เดินขึ้นเขาต่อไป ลัดเลาะไปทางหลังหมู่บ้าน สูงขึ้น สูงขึ้น.... เมื่อมองไปรอบ ๆ ภาพข้างหน้าเรามันช่างน่าทึ่งเสียนี่กะไร แบบนี้ค่อยมีกำลังใจเดินหน่อย.....
(Donkey!...I love Donkey..!ไกด์จะพูดทุกครั้ง ที่พี่ลาเขาเดินผ่าน)
วันนี้ไกด์บอกว่าจะเป็นการเดินขึ้นเขาแบบไม่ชันนัก แต่ยาวนาน ส่วนอากาศคาดว่าจะหนาวกว่าที่นี่ และอาจมีหิมะตกได้.......หา! หิมะ!!..... เราหูฝาดไปหรือเปล่า เมื่อกี้คำว่า snow มันเพิ่งจะออกมาจากปากไกด์ใช่หรือไม่ เพื่อให้ได้ความแน่ใจและมั่นใจ จึงถามกลับไปอีกว่า เมือ่กี่คุณพูดว่าเราอาจเจอหิมะใช่ไหม? ไกด์ยืนยันว่าหิมะจะตกเย็นนี้แน่นอน โอ้ว!..แม่เจ้า ในที่สุดความใฝ่ฝันว่าครั้งหนึ่งในชีวิต ต้องมีโอกาสได้สัมผัสหิมะที่ขาวราวกับปุยนุ่น เหมือนที่จินตนาการเอาไว้แต่ยังแบเบาะ มันคงจะแสดงออกมาทางสีหน้าทั้งหมด ไกด์เลยยิงคำถามกลับมาทันทีว่า คุณไม่เคยเห็นหิมะใช่ไหม? 555++.....ถูกต้องแล้วคร้าบ
เป็นอย่างที่ไกด์บอกจริง ๆ เมื่อเดินได้ซักพักอากาศเริ่มหนาวมากขึ้น ทั้งๆ ที่มีแดดอ่อน ๆ สาดส่องลงมาตามทางเดิน แต่ไม่ยักจะอุ่นเลยซักนิด แวะทานชานมร้อนที่ guesthouse ข้างทาง แต่มีโอกาสได้เข้าไปทักทายเจ้าของ (สอดส่องซะมากกว่า..อิอิ) ขอถ่ายรูปครัวเขาไว้ ดูได้อารมณ์.....พอเพียงดีค่ะ
และเราก็เพิ่งได้ล่วงรู้ความลับสุดยอดสูตรความอร่อยของชานมเนปาลีแท้ ๆ ว่านมที่นำมาผสมลงไปในชา
คือ........นมควาย...ๆ..ๆ.ๆ..ๆ........

พระเจ้าช่วยกล้วยแขก.... ตั้งแต่วินาทีนั้น เลิกสั่งชานมไปเลย ตลอดการเดินทาง อึ้งครับ..อึ้ง.....
(เด็กชาวบ้าน...ออกมายืนดูผู้มาเยือนหน้าประตู...)
สองข้างทางตอนนี้ พืชพันธ์ไม้ต่างๆ นานา หน้าตาเปลี่ยนไป เริ่มมีสายยาวๆ เป็นปุยๆ ห้อยระโยงระยางตามกิ่งก้านและลำต้น ดูคล้ายกำลังห่มผ้าคลุมไหล่ขนๆ กันเลยแฮะ อากาศก็เริ่มชื้นและหนาวมากขึ้นด้วย ท้องเริ่มหิวแล้ว ไกด์บอกว่าอีกไม่ไกลจะถึง Hungry Eye guesthouse จะแวะทานกลางวันที่นั่นกัน...ลมแรงจังนะเนี่ย
ก่อนจะมาถึง guesthouse สังเกตว่าฝนเริ่มลงเม็ด เย็นเจี๊ยบยังกะน้ำแข็ง เลยรีบจ้ำ...กลัวจะหนาวตายกลางป่า ถึง guesthouse ได้ก็กระโจนเข้าไปอยู่หน้าเตาผิง ดื่มชาดำอุ่น ๆ รออาหารกันไป ตอนนี้ ได้รู้จักเพื่อนนักเดินทางชาติอื่น ๆ บ้างก็มากันเป็นกลุ่ม เป็นคู่ หรือมาเดี่ยวๆ แบบเราก็มีเหมือนกัน เป็นอาหารกลางวันที่ครึกครื้นและสนุกสนานมาก เพราะว่าไกด์จากกลุ่มต่างๆ มารวมกัน แล้วร้องรำทำเพลงเป็นภาษาเนปาล มีตีกลองเข้าจังหวะ ทำให้พวกเราบางคนถึงกับทนไม่ไหวต้องลุกขึ้นมาเต้นตามกันเลยทีเดียว พออาหารมาถึง พวกกลุ่มเล็ก ๆ ก็มานั่งรวมๆ กัน ทานข้าวกันไปคุยกันไป ได้เพื่อนใหม่ ท่ามกลางบรรยากาศที่ไม่คุ้นเคย แต่อบอุ่นหัวใจบอกไม่ถูก.............
(สองสาว จากเกาหลี
..... ให้ถุงร้อนเรามา เอาไว้ในกระเป๋าเสื้อ เวลาซุกมือลงไปจะได้ไม่หนาว...ขอบคุณนะ)
(รวมชาติเอเชีย...เกาหลี, ญี่ปุ่น, ไทย..)
หลังทานข้าวกันอิ่มหนำและสำราญ ก็ก้าวขาเดินทางกันต่อ...เกือบห้าโมงเย็นที่เรามาถึงหมู่บ้าน Ghorephani หมู่บ้านตีนเขาซึ่งเราจะไปพิชิต Pool Hill กันในวันพรุ่งนี้ ตอนเช้าตรู่...หลังจากก้าวขาเข้าที่พักได้ไม่เกิน 5 นาที พายุก็พัดเอาหิมะมาให้เราชมสมใจ ไอ้เราก็นึกว่ามันจะนุ่ม แต่ที่เห็นวันนี้ มันเป็นเหมือนเกลือเม็ดใหญ่ ๆ ไม่มีความน่ารักแต่อย่างใด ลมพัดแรงมาก แต่ไม่อาจหยุดยั้งความบ้าเห่อหิมะของเราได้ ถ้าวันนั้นมีใครผ่าน guesthouse จะเห็นผู้หญิงคนนึง นั่งอยู่ตรงหน้าประตู พินิจพิจารณาหิมะอยู่พร้อมกับรัวชัตเตอร์กล้องถ่ายรูปแบบไม่ยั้ง..มันคงเป็นภาพที่น่าขำ สำหรับคนที่มาจากเมืองที่เต็มไปด้วยหิมะขาว ๆ เป็นแน่แท้..หนาวขนาดนั้น ยั่งจะมานั่งบ้าอยู่ได้..........555+++
(ห้องพักแบบ 2 เตียง...ไม่มี heater..อย่าหวัง!)
(เด็กน้อย..บนดอย หลังจากหลอกล่อ ด้วย ชอคโกแลท Trobalone..น่ารักดีนะ
...ออกไปสำรวจหมู่บ้านหลังจากพายุผ่านพ้นไป)
เจอกันแน่ ๆ POOL HILL............
)
)
เหตุการณ์แย่งผู้โดยสารกำลังก่อตัวขื้น บางคนมายกกระเป๋าให้เลยนะคะ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ตกลงว่าจะไปด้วยหรือเปล่า แต่เราอาศัยให้สาวเนปาลีที่คุยกันมาในรถกันให้ค่ะ แล้วป้าลินดาก็ชวนไปพักด้วยกัน เลยตกลงว่าจะแชร์ค่าห้องกันค่ะ 400 รูปีต่อคืน แล้วก็ให้นามบัตรที่ป้าเขาได้มาจาก kathmundu โชว์ให้คนขับแทกซี่พาเราไปส่งที่พัก ห้องพักดูดีเชียวค่ะ ถ้าอากาศดี ฟ้าเปิด คงเป็นห้องที่มีวิวนอกหน้าต่างสวยที่สุดแน่นอน เพราะจะสามารถนอนมองเทือกเขาหิมาลัยจากบนเตียงเลยหล่ะ แต่ว่าโชคที่พกมาในกระเป๋าค่อนข้างน้อยไปหน่อยเลยได้แต่มองเมฆหมอกมัวๆ ไปก่อนค่ะ ต้องซักวันนึงหล่ะนะที่เป็นของเรา (หมายถึงวันที่เห็นเทือกเขาหิมาลัยในวันที่ท้องฟ้าสดใสนะ..ไม่ได้หมายถึงอย่างอื่น...อิอิ) มีสองเตียง มีห้องน้ำด้วย แต่ว่าจะได้อาบหรือป่าว นั่นอีกเรื่องหนึ่งค่ะ เพราะว่าตอนนี้มันก็หนาวแร้ว.....
อากาศเย็น ๆ กระทบใบหน้าเวลาจักรยานวิ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วประมาณสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง ปั่นไปตามทางที่เขาบอกไว้เพื่อจะไปตามหาศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินป่า เจอสามแยกก็แล้ว สี่แยกก็แล้ว ไม่เจอซักกะที ถามพลเมืองดีแถว ๆ นั้น ก็บอกทางกันไปคนละทางเลย แล้ววันนี้จะเจอไหมเนี่ย ก็เลยปั่นมั่ว ๆ ไปค่ะ เลือกทางเองซะเลย ไม่เชื่อใครทั้งนั้น และแล้วมันก็อยู่ข้างทางขวามือกลางเนินนี่เอง แหมหาตั้งนาน ผ่านไปผ่านมาตั้งหลายเที่ยวแน่ะ